สุขภาพการคลังที่ดี มองได้จากที่ไหน

0 Comment

สุขภาพการคลังที่ดี มองได้จากที่ไหน
เมื่อเอ่ยถึงเรื่องของเงิน บอกได้เลยว่าเกิดเรื่องที่ใกล้ตัวและก็มีความหมายมากมาย


ด้วยเหตุว่าไม่ว่าจะทำอะไร ใช้จ่ายในเรื่องไหน ก็ชอบมีเรื่องมีราว เงิน เข้ามาเกี่ยวพันอยู่เป็นประจำๆเงินเป็นสาเหตุที่สำคัญที่ทำให้ท่านก้าวไปสู่จุดหมายเมื่อมีเงินคุณสามารถลงทุนต่อยอดให้มันพอกพูนขึ้นได้ บางบุคคลหารายได้ได้มาก แม้กระนั้นขาดเงินเหลือเก็บ บางบุคคลไม่เคยรู้ด้วยว่าเงินหายไปไหนหมด รู้สึกตัวอีกครั้งติดหนี้ติดสินหลายล้าน แล้วแบบงี้จะมั่งคั่งได้อย่างไร ด้วยเหตุผลดังกล่าว ก่อนที่จะพวกเราจะร่ำรวย พวกเรามาทดลองตรวจเช็คสุขภาพการคลังของพวกเราดูกรว่าแข็งแรงดีหรือเปล่า เพื่อที่จะได้ให้พวกเรารู้ดีว่าปัญหาเรื่องการเงินที่เกิดขึ้นนั้นมีช่องโหว่ที่ไหน พวกเราจะหาหนทางสำหรับในการแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นเช่นไร พวกเรามาดูกันว่า สุขภาพการคลังด้านไหนบ้างที่พวกเราควรจะตรวจเช็ค
1.ขณะนี้พวกเรามีเงินใช้จ่าย แบบสบายๆแล้วหรือยัง
ถ้าเกิดคำตอบของคุณ เป็น ใช่ นับได้ว่าเป็นจุดกำเนิดที่ดี การที่พวกเรามีเงินใช้จ่ายพอเพียงต่อแบบการใช้ชีวิตประจำวัน มีเงินรับประทาน มีเงินใช้ มีเหลือเก็บสะสมเพื่อวัตถุประสงค์การคลังในอนาคต ไม่ต้องมานั่งห่วงหน้าห่วงหลังว่าเดือนนี้มีรายการจ่ายอะไรบ้าง
แม้คำตอบของคุณ เป็น ไม่ มีความหมายว่าคุณมีปัญหาทางการเงินเข้าให้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่าย ค่าบ้าน ค่าผ่อนรถยนต์ บัตรเครดิตต่างๆจนกระทั่งทำให้ท่านไม่เหลือเงินที่จะใช้จ่ายในทุกๆวัน ไหมมีแม้แต่เงินเก็บ แน่ๆความการเสี่ยงทางการเงินของคุณก็จะเยอะขึ้นตามไปด้วย เพราะฉะนั้น แนวทางการง่ายที่จะช่วยลดภาระหน้าที่รายจ่าย เป็น การหาเงินเพิ่ม การนำเงินโบนัส มาจ่าย เพื่อช่วยลดภาระหน้าที่ดอกให้ลดน้อยลง
2.เงินออม เงินเก็บมีบ่อยไหม
จะเรียกว่าเป็นตัวเลขอันดับที่หนึ่งที่พวกเราควรจะตรวจเช็คเลยก็ว่าได้ เนื่องจากว่า จำนวนของเงินออม จะเป็นตัวชี้ว่า ตัวเรานั้นสามารถแบ่งเงินรายได้ ได้อย่างเหมาะควรเพียงใด รูปทรงสำหรับการออมและก็ค่าครองชีพในแต่ละเดือนเกี่ยวข้องกันหรือเปล่า เพราะว่า บางบุคคล รายได้กับค่าใช้จ่ายปราศจากความเกี่ยวข้องกัน นำมาซึ่งการทำให้การเริ่มต้นการออมเงินของผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยล้มเหลว หากว่าไม่มีเงินเหลือเก็บออมอาจจะไม่ดีแน่
รูปร่างการเก็บออมสำหรับผู้ที่มีค่าใช้จ่ายมากมาย ควรจะแบ่งเป็นเงินออมเป็น 10 % 20 % ของรายได้ต่อเดือน ยิ่งออมโดยตลอดรวมทั้งเป็นประจำยิ่งดี เพื่อความมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต
3.เงินทุนสำรอง มีพอเพียงไหม
ในทุกวัน พวกเราชอบจะต้องพบเจอกับสถานะการณ์ที่ไม่คิดอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะการเจ็บเจ็บไข้ ทำให้ขาดรายได้ บ้านที่พักอาศัยต้องมีการบูรณะ บริษัทลดปริมาณบุคลากรลง การเลิกว่าจ้าง ซึ่งแน่ๆว่า เรื่องกลุ่มนี้ล้วนแล้วแต่เกิดเรื่องที่ทำให้พวกเราจะต้องใช้เงิน โดยเหตุนั้นพวกเราต้องมีเงินเก็บสำรองไว้ ขั้นต่ำ 6เท่าของค่าใช้สอยต่อเดือน การเก็บเงินเพื่อไว้เป็นเงินทุนสำรอง ควรเป็นเงินทองที่มีสภาพคล่องสูง ที่พวกเราสามารถประยุกต์ใช้ได้ในทันที ได้แก่ เงินออมประจำ เงินออมแบบไม่ประจำ ดอกสูง หรือ กองทุนรวมทั้งตราสารหนี้ระยะสั้น เพื่อกันไว้เป็นเงินทุนสำรอง
4.ภาระหน้าที่หนี้
ไม่มีผู้ใดต้องการเป็นหนี้เป็นสิน แม้กระนั้นด้วยหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบแล้วก็สิ่งที่จำเป็นอะไรบางอย่างที่หลบหลีกมิได้ บางบุคคลก่อหนี้สินเพื่อสร้างสินทรัพย์ เพื่อเป็นวิถีทางหาเลี้ยงชีพ คนจำนวนไม่น้อยบางครั้งก็อาจจะสงสัยว่า แล้วพวกเราจะทราบได้ยังไงว่า ตัวเรามีหนี้มากจนเกินไปหรือเปล่า ขั้นตอนแรกให้พวกเรามองว่า ค่าครองชีพในแต่ละเดือนที่พวกเราจะต้องจ่ายมีอะไรบ้าง ค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนส่งรถยนต์ ค่าบัตรเครดิต เมื่อเทียบกับรายได้ต่อเดือนที่มี ได้แก่ มีรายได้ต่อเดือน 15000 บาท อัตราส่วนการจ่ายคืนหนี้ไม่สมควรเกิน 30% เป็น 4500 บาทต่อเดือน ก็เลยนับว่าเป็นมีหนี้สินที่ไม่มากเกินความจำเป็น แม้กระนั้นถ้าหากอัตราหนี้ของพวกเรามีมากยิ่งกว่า 30% จังหวะที่จะประสบพบปัญหาการเป็นหนี้เป็นสินก็จะมากขึ้น จนถึงทำให้พวกเราไม่สามารถที่จะผ่อนส่งได้ในแต่ละเดือน
มาถึงนี้ ผู้คนจำนวนมากน่าจะเข้าใจแล้วว่า สุขภาพการคลังของพวกเราเป็นเยี่ยงไรบ้าง ถ้าต้องการให้สุขภาพการคลังของคุณดียิ่งขึ้น ก็จะต้องมีทั้งยังวิชาความรู้รวมทั้งความถนัดทางด้านการเงินที่ถูก